ถามไปอย่างไร ก็ได้คำตอบแบบนั้น

“ลูกชิ้นไม้ละเท่าไหร่ครับ” คำถาม ถูกยิงออกไป ขณะที่มือก็ชี้ลงไปที่ลูกชิ้นปิ้ง กลิ่นหอมๆ ที่เพิ่งถูกหยิบออกจากเตา มาวางเรียงรายในถาดอลูมิเนียม ขนาดไม่ใหญ่ไม่โต วางลูกชิ้นปิ้งได้ไม่มากนัก

“ไม้ละสิบบาทจ้าลูก” คำตอบที่ดูเป็นกันเองและไพเราะ จากแม่ค้าวัยกลางคนที่กำลังปิ้งลูกชิ้นไป พร้อมกับตอบคำถามลูกค้าอย่างผม

“งั้นผมเอาสองไม้ครับ” ผมตอบกลับไป

“ได้ค่ะ” เสียงตอบมาอย่างนุ่มๆ

ขณะที่แม่ค้า กำลังเอาลูกชิ้นขึ้นปิ้งบนเตา ก็มีเสียง ดังขึ้นข้างๆ ตัวผม

“ไม้ละเท่าไหร่” เสียงดังฟังชัดเสียจนผมต้องหันหน้าไปทางต้นเสียง เป็นเสียงของหนุ่มพนักงาน ขับรถส่งของ หรือ ก่อสร้าง ผมก็ไม่อาจทราบได้ แต่ที่รู้คือน้ำเสียงห้วนๆ เหมือนไม่ได้คิดอะไรมากกับคำถาม

Read moreถามไปอย่างไร ก็ได้คำตอบแบบนั้น

อ่านออกเขียนได้ ให้เป็นภารโรง

หนุ่มบ้านนอกยากจนคนหนึ่ง เสี่ยงโชคเข้ามาหางานทำในกรุงเทพ ทั้งที่มิได้มีความรู้อะไรเลย เนื่องจากได้ทราบข่าวที่เพื่อนเล่าให้ฟังว่า มีโรงเรียนแห่งหนึ่ง ในกรุงเทพ กำลังรับสมัคร นักการภารโรง ไม่จำกัดวุฒิการศึกษา จึงจับรถมากรุงเทพ และเดินกางแผนที่ (ที่เพื่อนเขียนให้) สุ่มถามชาวบ้านถึงที่ตั้งของโรงเรียนนั้น ซึ่งกว่าจะเจอก็เหงื่อตกไปหลายปี๊บทีเดียวแหละ

เมื่อเข้าไปแจ้งความจำนงที่แผนกธุรการจึงมีเจ้าหน้าที่มาเรียกให้นั่ง และยื่นใบสมัครมาให้กรอกข้อความ นายหนุ่มนั้นก็ยิ้มแหย ๆ ยกมือไหว้แล้วบอกอ่อย ๆ กับเจ้าหน้าที่ว่า

“…ขอโทษครับพี่ ผม…คือว่า… ผม…อ่านหนังสือไม่ออก เขียนหนังสือไม่ได้ครับ…”

เจ้าหน้าที่ ที่นั่งรับสมัครอยู่นั้น ก็ชักสีหน้าทันที

Read moreอ่านออกเขียนได้ ให้เป็นภารโรง

โฆษณาเน้นเพื่อสังคมจริงหรือ?

พักนี้ การโฆษณาสินค้า มักจะมีออกมาในรูปแบบ ที่ว่า ถ้าลูกค้า ซื้อสินค้าของทางบริษัท ในช่วงเวลาหนึ่ง แล้วทางบริษัทผู้ผลิตสินค้า จะนำเงินเหล่านั้น หักออกในจำนวนเงิ … Read more โฆษณาเน้นเพื่อสังคมจริงหรือ?

ทำผิดอย่าคิดว่า ไม่มีใครรู้

ทำผิดอย่าคิดว่า ไม่มีใครรู้

บ้านหลังนึง แม่เป็นคนขายอาหารตามสั่ง มีลูกๆ ที่ต้องเลี้ยงดูอยู่ 2 คนด้วยกัน โดยปกติในแต่ละวัน หลังจากเก็บข้าวของ และปิดร้านแล้ว แม่ จะนำเงินที่ขายได้ มานับ และแบ่งใส่ในกระป๋องนมใบเก่าๆ ที่ใช้มานานหลายปีแล้ว เป็นประจำ เพื่อเก็บและไว้ใช้จ่ายในยามฉุกเฉินด้วย ลูกๆ 2 คน อยู่ในวัยเรียน คนพี่ชื่อ โป้ง เรียนอยู่ ป.2 ด้วยความที่โป้งเป็นเด็กที่ค่อนข้างจะซน ก็มักจะสร้างความวุ่นวายให้กับแม่ได้เสมอๆ แต่มีอยู่ครั้งหนึ่ง ที่โป้งไปโรงเรียนและได้เห็นเพื่อนๆ มีของเล่น ที่ตนเองไม่มี ก็นึกอยากที่จะได้บ้าง คิดอยู่ว่า “ถ้าไปบอกแม่ แม่จะต้องไม่ให้แน่ๆ” แต่ด้วยความอยากได้ ก็ทำให้ครุ่นคิดถึงของเล่นชิ้นนั้นเป็นระยะๆ

ครั้นพอกลับถึงบ้าน ขณะเดินขึ้นไปบนบ้าน ก็พอดีมองไปเห็นกระป๋องนมที่แม่ใส่ตังค์ไว้ บนหลังตู้กับข้าว ก็ทำให้จิตที่ไม่ดี เริ่มต้นทำงาน โป้งเดินไปหยิบกระป๋องใบนั้น เปิดออกดู ก็พบกับเงินอยู่จำนวนหนึ่ง และคิดว่า “ไม่น่าเป็นไรน่า ของเล่นเพียงไม่กี่บาท เอาเงินนี้ไปใช้ก่อน แล้วเราจะนำเงินค่าขนมที่ได้ในแต่ละวัน กลับมาคืนที่เดิมให้แม่ก็แล้วกัน” เมื่อคิดดังนั้น โป้ง ก็นำเงินออกมาเพื่อเตรียมไปซื้อของเล่นที่ตนเองต้องการในวันรุ่งขึ้น

Read moreทำผิดอย่าคิดว่า ไม่มีใครรู้